Skip to content

ผลิตภัณฑ์ - 3. page

คุณสมบัติของอิฐกันความร้อนหรืออิฐมวลเบา

อิฐมวลเบาเป็นวัสดุก่อสร้างยุคใหม่ โดยประเทศในตะวันตกเป็นผู้คิดค้นคอนกรีตมวลเบานี้ขึ้นมา ด้วยคุณสมบัติพิเศษของมัน คือ ตัววัสดุมีน้ำหนักเบา, สามารถป้องกันความร้อนได้ดี จึงทำให้อิฐมวลเบาในปัจจุบันนี้ถูกนำมาใช้ในงานสร้างพื้นและผนังภายในอาคารกันอย่างแพร่หลาย
ด้วยคุณสมบัติที่ดีของอิฐมวลเบาจึงได้รับการยอมรับกันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลกว่าเป็นวัสดุก่อสร้างคุณภาพดี อิฐมวลเบาผลิตมาจากวัตถุดิบธรรมชาติมีคุณภาพ ได่แก่ ทราย, ปูนซีเมนต์, ผงอลูมิเนียม, ยิบซั่ม นำมาผสมกัน แล้วจึงนำไปอบไอน้ำภายในอุณภูมิและเวลาอันเหมาะสม ออกมาเป็นวัสดุก่อสร้างที่มีน้ำหนักเบา แข็งแรงทนทาน สามารถป้องกันความร้อนได้ดี เหมาะสำหรับใช้ก่อผนังทั้งภายในและภายนอก

คุณสมบัติอันเป็นส่วนที่โดดเด่นมากที่สุดของอิฐมวลเบา

อิฐมวลเบามีคุณสมบัติเหนือกว่าอิฐธรรมดา ดังนี้
อิฐมวลเบาเป็นวัสดุก่อสร้างน้ำหนักเบา ทำให้ง่ายต่อการติดตั้ง รวมทั้งสามารถขนย้ายได้อย่าง รวดเร็ว ประหยัดเวลาและประหยัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง
ผนังที่ก่อสร้างด้วยอิฐมวลเบาช่วยกันความร้อนได้ดี เพราะเนื้อคอนกรีตมวลเบา มีโพรงอากาศอยู่มากจึงเป็นฉนวนกันความร้อนอย่างดี ทำให้ผู้อยู่อาศัยประหยัดค่าไฟจากการใช้งานแอร์ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้อิฐมวลเบายังดูดซับเสียงได้ดี สามารถลดการสะท้อนของเสียงได้ดีกว่าอิฐธรรมดา อย่างที่อธิบายไปว่าอิฐมวลเบามีฟองอากาศจำนวนมากอยู่ข้างใน จึงช่วยลดความดังของเสียงระหว่างห้องภายในอาคารได้อย่างยอดเยี่ยม จึงเหมาะสำหรับห้องหรืออาคารที่ต้องการเก็บเสียง เช่น โรงภาพยนตร์ , ห้องซ้อมดนตรี , โรงยิม , ห้องประชุม เป็นต้น
อิฐมวลเบามีขนาดแน่นอนถูกต้องตามมาตรฐาน ผ่านกระบวนการตัดเป็นชิ้นๆด้วยเครื่องจักรอันทันสมัย ทำให้อิฐมวลเบาที่นำออกมาจำหน่ายมีขนาดเท่ากันเป๊ะทุกก้อน มีความสวยงาม ไม่เหมือนกับอิฐธรรมดาที่ยังไม่มีมาตรฐานอยู่
อิฐมวลเบามีความแข็งแรง ทนทาน อีกทั้งยังรองรับแรงอัดได้มากกว่าอิฐธรรมดาถึง 2-3 เท่า
อิฐมวลเบามีความต้านทานต่อเหตุการณ์ไฟไหม้ได้ดีกว่าอิฐธรรมดา จึงช่วยลดความเสียหายได้ในกรณีที่ไฟไหม้
อาคารบ้านเรือนที่ก่อสร้างด้วยอิฐมวลเบาจะมีความสวยงาม เพราะฉะนั้นอิฐมวลเบาจึงนิยมกันอย่างแพร่หลายสำหรับผู้รับเหมาในงานก่อสร้างบ้านและคอนโด

อิฐมวลเบามีอายุการใช้งานยาวนานเท่าโครงสร้างคอนกรีต หรือ ประมาณ 50 ปี วัตถุดิบหลักที่นำมาผลิตอิฐมวลเบา ได้แก่ ทราย, ปูนซีเมนต์, ผงอลูมิเนียม, น้ำ, ยิบซั่ม จึงทำให้มีอายุการใช้งานยาวนานกว่าอิฐธรรมดาประเภทอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ดินเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตนั่นเอง

คุณสมบัติของฉนวนกันความร้อนแคลเซี่ยมซิลิเกต

Calcium silicate คือ ฉนวนที่มีลักษณะพรุน มีส่วนผสมของ ทราย , ซิลิเซียส , น้ำปูนขาว ตามด้วยเส้นใยเพื่อเพิ่มการเสริมแรง เมื่อผสมกันแล้วจึงนำมาอบด้วยความร้อนสูง ซึ่งมีคุณสมบัติเด่น คือ ไม่เผาไหม้ ไม่ลามไฟ อีกทั้งยังไม่มีสารพิษ เพราะไม่ผสมเส้นแร่ใยหิน รวมทั้งเส้นใยสังเคราะห์อื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ Calcium silicate เป็นฉนวนมีน้ำหนักเบา มีความแข็งแรงทนทาน ไม่ก่อให้เกิดการกัดกร่อน เหมาะมากกับเตาอบ เตาหลอมในโรงงาน หรืองานที่ใช้อุณหภูมิสูง เพราะ Calcium silicate  ช่วยป้องกันการสูญเสียพลังงานได้เป็นอย่างดี

ฉนวน Calcium silicate คือ ฉนวนgranular ซึ่งประกอบด้วยcalcium-silicate hydrate กรรมวิธีการผลิต ไอน้ำจะเปลี่ยนรูปเป็นหินปูน และเปลี่ยนจากซิลิกาไปเป็นไฮดรัสแคลเซียมซิลิเกต ซึ่งคุณสมบัติจากสารเหล่านี้นับว่าเป็นองค์ประกอบแข็งแรงทนทาน มีความสามารถทนทานต่อความเปียกชื้นได้ดี

Calcium silicate  สามารถทนอุณหภูมิสูงสุดได้ที่ประมาณ 650 องศา วัสดุไม่เป็นพิษ ไม่ปรากฏว่าสมรรถนะทางความร้อนจะลดลงไปตามอายุ แต่จะมีผลจากความชื้นที่ดูดซึมทำให้สมรรถนะทางความร้อนลดลงบ้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อมันกลับมาอยู่ในสภาพแห้ง สมรรถนะทางด้านความร้อนก็จะไม่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ Calcium silicate จัดเป็นวัตถุที่มีคุณสมบัติต้านไฟไหม้ได้อย่างดี อีกทั้งยังไม่ติดไฟอีกด้วย

จากคุณสมบัติและความร้อนดังที่กล่าวมา จึงทำให้นิยมนำ Calcium silicate  ไปใช้ในการหุ้มฉนวนท่อ รวมไปถึงภาชนะในกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่มีอุณหภูมิสูง

คุณสมบัติพิเศษของ Calcium silicate

  • ไม่มีส่วนผสมของใยหิน  เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • เป็นวัสดุไม่ติดไฟ
  • ทนทานต่อทุกสภาพอากาศ ใช้ได้ทั้งภายใน ภายนอกอาคาร รวมทั้งบริเวณที่มีความชื้นสูง เช่น ห้องน้ำ เป็นต้น
  • ปลอดเชื้อรา ปลวก มอด และแมลงอันตราย
  • ผ่านกรรมวิธี อบความร้อนด้วยไอน้ำอุณหภูมิสูง ทำให้มีความคงตัว แม้ใช้งานในที่มีความชื้น อุณหภูมิสงก็ตาม
  • มีความหนาแน่นสูง รับแรงกระแทกได้ดี
  • มีน้ำหนักเบากว่างานก่ออิฐฉาบปูน ช่วยประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น
  • สามารถใช้เครื่องมือช่างทั่วๆ ไปได้ เช่น ตะปู น็อตเกลียว ในการยึดแผ่นเข้ากับโครง สามารถใช้เลื่อยวงเดือนตัดได้เหมือนไม้จริง ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ
  • ไม่จำเป็นต้องเว้นรอยต่อระหว่างแผ่น
  • ใช้ได้กับโครงทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโครงไม้จริง โครงซีลายน์ หรือโครงเหล็ก
  • ผิวหน้ามีความเป็นด่างน้อย จึงทาสีหรือพ่นสีทับลงไปได้เลย
  • สามารถปูผิวหน้าด้วยวัสดุอื่นๆ ได้ เช่น wallpaper , แผ่นลามิเนต ,  กระเบื้องเซรามิก เป็นต้น
  • มีคุณสมบัติดูดซับเสียง
  • ถ่ายเทความร้อนได้ดี และคายความร้อนได้อย่างรวดเร็ว
  • มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันไฟ