Skip to content

ความรู้เรื่องฉนวนกันความร้อน - 2. page

ฉนวนกันความร้อน P.U. FOAM และการประยุกต์ใช้งาน

ฉนวนกันความร้อนถือเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการใช้งานเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าบ้านเราเป็นเมืองที่มีอากาศร้อน เพราะฉะนั้นการใช้งานฉนวนกันความร้อนจึงเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยในหลายๆ ด้านเป็นอย่างมาก ฉนวนกันความร้อน P.U. FOAM ก็เป็นฉนวนกันความร้อนประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมต่อการใช้งานเป็นอย่างสูง ที่สำคัญยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้อย่างหลากหลายอีกด้วย ถือว่ามีความสามารถต่อการใช้งานครบครันเลยทีเดียว

รู้จักกับฉนวนกันความร้อน P.U. FOAM และการติดตั้ง

ฉนวนกันความร้อน P.U. FOAM หรือ โพลียูริเทนโฟม เป็นฉนวนกันความร้อนโฟมแบบแข็ง เพื่อใช้ในการติดตั้งงานประเภทต่างๆ มีคุณสมบัติเด่นๆ คือ น้ำหนักเบา ทนทาน ไม่ลามไฟ ทนต่อสารกัดกร่อนประเภทกรดได้ดี ไม่นำความร้อน ดูดซับความชื้นต่ำ ไม่อมน้ำ โดยการติดตั้งฉนวนความร้อน P.U. FOAM สามารถติดตั้งได้ 2 แบบหลักๆ ประกอบไปด้วย

  1. การฉีดพ่น – ฉนวนกันความร้อน U. FOAM เป็นสารประกอบแบบของเหลวตอนต้น ทำการผสม P.U. FOAM กับตัวเร่งปฏิกิริยา แล้วค่อยฉีดพ่นใส่ผิวหนังต่างๆ ตามต้องการ P.U. FOAM จะยึดเกาะพื้นผิวนั้นเป็นเนื้อเดียวแล้วเด่นฟูขึ้นมาเป็นฉนวนกันความร้อน ไม่เกิดช่องอากาศ ช่วยอุดรอยรั่วหลังคา รูตะปู หรือ น็อตได้ดี
  2. แผ่น U. FOAM แบบสำเร็จ – จะมีลักษณะเป็นโฟมแข็งสำเร็จรูป เน้นการใช้งานที่รวดเร็ว เรียบง่ายต่อการติดตั้ง ส่วนมากจะขึ้นรูปตามแบบพิมพ์ หรือ โมลด์ที่ถูกออกแบบเอาไว้ในทุกรูปแบบ ทั้งรูปทรงสถาปัตยกรรมความสวยงาม หรือ P.U. FOAM แบบมาตรฐาน พบเห็นได้ในงานฝ้าฉาบเรียบ หรือการห่อหุ้มเพื่อเก็บรักษาอุณหภูมิ

การนำฉนวนกันความร้อน P.U. FOAM มาประยุกต์ต่อการใช้งาน

  1. สามารถนำมาอุดรอยรั่ว รอยหลังคา หรืองานซ่อมแซมหลังคาต่างๆ เพื่อป้องกันทั้งแสงแดดและฝนจะเข้ามาภายในบ้านได้เป็นอย่างดี
  2. ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหลายประเภทการปรับปรุงงานที่ต้องการความรวดเร็ว เพราะฉนวนความร้อน U. FOAM จะมีแบบสำเร็จที่สามารถติดตั้งได้ในทันทีไม่จำเป็นต้องรอให้เซตตัวหรือต้องรอทำการผสมให้เสียเวลา
  3. นำมาประยุกต์ใช้เพื่อรักษาความเย็นในงานห้องเย็นต่างๆ ที่จำเป็นต้องเก็บรักษาความเย็นเอาไว้ให้ได้นานที่สุด
  4. ประยุกต์ใช้เป็นที่กั้นเสียงหรือเก็บเสียงได้ดีโดยเฉพาะการนำมาใช้เพื่อป้องกันเสียงฝนตก กระทบหลังคาแล้วเกิดเป็นเสียงน่ารำคาญหรือการทำห้องที่ต้องการเก็บเสียงเงียบๆ ก็นำมาใช้งานได้

การเลือกใช้งานฉนวนความร้อน P.U. FOAM จำเป็นต้องดูว่าสิ่งที่เหลือใช้นั้นเหมาะกับงานประเภทใด เพื่อที่จะได้ใช้ให้ตรงกับงานและได้คุณค่าสูงสุดจากการใช้งานสิ่งเหล่านี้

เทคนิคการเลือกฉนวนกันความร้อน

ปัญหาโลกร้อนเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นทุกๆปี เราจึงมักได้ยินคำบ่นเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะบ้านรุ่นเก่า จะไม่มีการติดตั้งหลังคาและฝ้าแบบที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อนเอาไว้ ทำให้มือใหม่หลายท่านคิดอยากจะแก้ปัญหาด้วยการติดตั้งฉนวนกันความร้อนที่บริเวณหลังคาและฝ้าเพดาน แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกฉนวนอย่างไรดีถึงจะได้ประสิทธิภาพสูงสุด ก่อนอื่นเราจึงต้องทราบก่อนว่าบ้านของเรานั้นมีตำแหน่งไหนบ้างที่ควรต้องติดตั้งฉนวนกันความร้อน โดยมี 3 จุดหลักๆ คือ

  1. ส่วนหลังคา เป็นจุดที่โดนความร้อนตลอดทั้งวันแล้วยังเป็นแหล่งสะสมความร้อนอีกด้วย ฉะนั้นการเลือกฉนวนกันความร้อนจึงควรเน้นคุณสมบัติที่มีความทนต่อสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี และต้องไม่เก็บสะสมความร้อนไว้ในเนื้อฉนวน
  2. ฝ้าเพดาน จะเป็นส่วนที่อยู่ต่ำกว่าหลังคาลงมา เป็นจุดที่รับความร้อนรองจากหลังคา ซึ่งถ้าไม่ต้องการให้บ้านร้อน ตัวฉนวนที่จะนำมาใช้ก็จะต้องไม่สะสมความร้อน เพื่อให้มีอากาศถ่ายเทความร้อนเข้าบ้านได้ลดน้อยลง
  3. ผนังรอบบ้าน เป็นอีกตำแหน่งที่รับความร้อนเยอะสุด แม้ว่าจะไม่ใช่จุดที่โดนแสงแดดโดยตรงเหมือนดั่งหลังคาแต่ก็เป็นส่วนที่ต้องอุ้มความร้อนของบ้างทั้งหลัง จึงมีผลทำให้บ้านร้อนขึ้นได้ไม่ต่างกับส่วนอื่นๆ การเลือกฉนวนของผนังบ้านจึงต้องต้านทานความร้อนได้สูง รวมทั้งทนความชื้นเพื่อรับสภาพอากาศทุกฤดูกาล

ฉะนั้นเคล็ดลับที่สำคัญในการเลือกฉนวนกันความร้อนก็คือ ควรเลือกฉนวนที่มีค่าต้านทานความร้อนสูง (R) ยิ่งค่า R สูง คุณสมบัติการต้านทานความร้อนก็จะมาก และ ค่าการนำพาความร้อนต่ำ (K) เพราะค่าที่ต่ำหมายถึงว่าฉนวนชนิดนั้นจะยิ่งนำพาความร้อนจากข้างนอกเข้าสู่ตัวบ้านได้น้อย รวมไปถึงความหนาของฉนวนก็มีผลต่อการป้องกันความร้อนด้วยเช่นกัน เพราะหากฉนวนมีความหนามาก ก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการกันความร้อนได้ดีกว่าฉนวนที่มีความหนาน้อย ซึ่งถ้าบ้านคุณเป็นบ้านชั้นเดียวแนะนำว่าให้ใช้ฉนวนขนาด 6 นิ้ว ที่สามารถกันความร้อนได้ถึง 4 เท่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น  และสำหรับบ้าน 2 ชั้นทั่วไป สามารถติดตั้งฉนวนที่มีความหนา 3 นิ้วได้ตามขนาดปกติ นอกจากนั้นยังช่วยประหยัดไฟได้ถึง 47% เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับบ้านที่ไม่ได้ติดฉนวน และที่สำคัญของเลือกฉนวนกันความร้อนที่ผลิตจากวัสดุใยแก้ว เพราะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทังยังไม่เป็นวัสดุที่ไม่ลามไฟอีกด้วยคะ

ฉนวนกันความร้อนที่สามารถซึมซับเสียงและกันเสียงได้ดี

ฉนวนกันเสียงมีความสำคัญมากสำหรับผู้อยู่อาศัย  โรงงาน สิ่งปลูกสร้างต่างๆที่มีปัญหาด้านเสียง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสียงดังเกินกว่ากฎหมายกำหนด เสียงก้อง เสียงจากการทำงานของเครื่องจักร เสียงภายในห้องอัดเสียง เสียงดนตรีในผับ เป็นต้น ฉนวนกันเสียงที่ดี  จะช่วยลด ปัญหาทางเสียงให้หมดไปหรือลดน้อยลงจนรู้สึกได้

บางครั้งสามารถนำ ฉนวนกันความร้อน มาใช้แทนฉนวนกันเสียงได้ในบางงาน เช่น การนำฉนวนกันร้อนโพลียูรีเทนโฟม หรือพียูโฟม  มาเป็นฉนวนกันเสียง ซึ่งมันก็ป้องกันเสียงผ่านได้ดี ด้วยคุณสมบัติเด่นๆ ของโฟมประเภทนี้ จึงเป็นฉนวนกันเสียงที่ดีอีกประเภทหนึ่ง

โพลียูรีเทนโฟมหรือพียูโฟมนำมาใช้ประโยชน์เป็นฉนวนกันเสียงได้อย่างดี ต้องคำนึงถึงการนำไปใช้ว่า ต้องการใช้ฉนวนกันเสียงบริเวณนอกหรือบริเวณภายในอาคาร เพราะจะต้องคำนวณความหนาของเนื้อโฟมได้อย่างถูกต้องจึงจะสามารถกันเสียงได้ เช่นเสียงดัง 30 เดซิเบลก็ต้องพ่นโฟมกันเสียงความหนาขนาด 1 นิ้ว เป็นต้น ถ้าเสียงดังมากกว่านี้ก็ต้องกำหนดความหนาของโฟมกันเสียงให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ผลลัพธ์อย่างที่เราต้องการ

กรณีของบ้านที่อยู่ใกล้สนามบิน ซึ่งมีเครื่องบินขึ้นบินลงตลอดเวลา ย่อมก่อให้เกิดมลภาวะทางเสียงขึ้นกับบ้านเรือนที่อยู่บริเวณใกล้กับสนามบิน แต่การแก้ปัญหาทำได้ง่ายๆด้วยการติดตั้งฉนวนกันเสียงโพลียูรีเทนโฟมขนาดความหนา 2 นิ้วขึ้นไป ซึ่งช่วยลดเสียงดังได้มากกว่า 90% เลยทีเดียว ไม่ต้องย้ายบ้านให้ยุ่งยากอีกต่อไป

ประโยชน์ของฉนวนกันเสียงพียูโฟม

  • ช่วยป้องกันเสียงดังเข้าหรือกันเสียงดังออกได้อย่างดีเยี่ยม
  • ป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวอาคารได้ดี
  • ป้องกันการซึมของน้ำนอกผนังของอาคาร
  • ทำให้อาคารเย็นขึ้น

การติดตั้งฉนวนกับเสียงพียูโฟมมี 2 แบบ ดังนี้

  1. เพื่อกันเสียงดังจากภายนอกไม่ให้เข้าไปยังภายในอาคาร ซึ่งฉนวนกันเสียงพียูโฟมสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณสมบัติของพียูโฟม เป็น Close Cell ซึ่งเป็นฉนวนให้ความร้อนและเสียงผ่านได้น้อยมาก เพราะฉะนั้นถ้าพ่นฉนวนพียูโฟมความหนาตั้งแต่ 2 นิ้วขึ้นไปก็จะช่วยป้องกันเสียงดังเข้าไปในอาคารได้เป็นอย่างดี
  2. การติดตั้งฉนวนกันเสียงภายในห้องหรือภายในอาคาร เพื่อกันเสียงดังภายในห้องหรือภายในอาคารไม่ให้ออกไปด้านนอกได้นั่นเอง เช่น ผับ ร้านอาหาร เป็นต้น การติดตั้งฉนวนกันเสียงในกรณีนี้ก็คล้ายกับกรณีที่ 1 เพียงแค่เปลี่ยนมาเป็นการพ่นฉนวนกันเสียงด้านในของอาคารเท่านั้นเอง