Skip to content

All posts by admin - 7. page

การพัฒนาของฉนวนกันความร้อน

ปัญหาเรื่องหลังคาบ้านที่พบบ่อยมาก ก็คือปัญหาเรื่องหลังคาร้อน ซึ่งหลังคาทรงจั่วนั้นออกแบบมาเพื่อให้มีอากาศแทรกอยู่ระหว่าง ชั้นฝ้ากับชั้นหลังคา ซึ่งจะเหมาะกับประเทศอากาศร้อนอย่างประเทศไทยมากที่สุด เพราะนอกจากจะมีอากาศเข้ามาช่วยลดความร้อนแล้ว ยังมีความลาดเอียงของหลังคาช่วยให้ระบายความร้อน ระบายน้ำได้ดีอีกด้วย

บ้านส่วนมากในปัจจุบันนี้นิยมแบบหลังคาแบบแบนกันมาก เดิมทีหลังคาแบนมักเป็นหลังคาสำหรับดาดฟ้าของบ้าน อาคารประเภทพาณิชย์ โรงพยาบาล รวมทั้งบ้านในต่างประเทศก็นิยมหลังคาแบนกันมาก ส่วนข้อเสียของหลังคาแบน คือ อมความร้อนได้เร็วมาก และอาจก่อให้เกิดปัญหาเรื่องรั่วซึม

สำหรับประเทศอากาศร้อนจัดอย่างประเทศไทย การใช้ฉนวนมาช่วยลดความร้อนจึงเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งที่ดี แต่ในสใยก่อนมักใช้ฉนวนประเภทใยแก้ว ฉนวนใยหิน ซึ่งฉนวนดั้งเดิมประเภทนี้ มีข้อดีคือ ใช้กันมาอย่างยาวนาน หาซื้อง่ายได้ทั่วไป และสามารถกันความร้อนได้ดี แต่ข้อเสียก็คือ เมื่อใช้ไปนานๆ ฝุ่นของใยแก้วใยหิน ซึ่งเป็นพิษและก่อให้เกิดโรคต่างๆมากมายเมื่อเราสูดดมเข้าไป รวมทั้งมีความหนา ทำให้เวลาติดตั้งกับหลังคาจำเป็นต้องทำที่ติดตั้งเพิ่มขึ้นมารองรับ

ต่อมาด้วยข้อเสียเหล่านี้ จึงมีการพัฒนา ฉนวนแบบใหม่ขึ้นมา คือ ฉนวนฟรอย มีลักษณะเป็นฟรอยใสมันวาว อีกทั้งยังสะท้อนความร้อนได้ดี สามารถติดตั้งได้สะดวก เพราะไม่หนา ทำให้ไม่ต้องทำขาตั้งเพิ่ม แต่ก็ไม่กันความร้อนได้ดีเท่าฉนวนแบบเส้นใย

จนกลายมาเป็นฉนวนแบบ ฟรอยหุ้มบับเบิ้ล หรือที่เรียกกันว่า Polynum ฉนวนประเภทนี้ มีฟรอยประกอบกับตัวบับเบิ้ลที่เป็นฟองอากาศ ซึ่งทำให้ polynum สามารถกันความร้อนได้ดีกว่า ฟรอย เพียงอย่างเดียว และยังคงความบางของฉนวนเอาไว้ได้อีกด้วย

ต่อมา ฉนวนความร้อน แบบ EPDM ฉนวนประเภทนี้พัฒนามาจากฉนวนใช้หุ้มแอร์ หุ้มท่อน้ำเย็น เป็นฉนวนที่กันความร้อนได้ดี มีความแข็งแรงทนทาน และแน่นอนว่ามีราคาถูกกว่าฉนวน polynum นอกจากนี้ยังเพิ่มคุณสมบัติที่ไม่ลามไฟอีกด้วย

ฉนวนพ่นกันความร้อน แบบ PU คือการพ่นสี Ceramic coating ลงไปบนหลังคา เพื่อกันความร้อน วิธีนี้เป็นวิธีที่มีราคาแพงมาก อีกทั้งยังทำให้หลังคามีสีของโฟมติดอยู่อีกด้วย การพ่นเพื่อกันความร้อนนี้ส่วนมากมักใช้กับอาคารโรงงาน หรืออาคารพาณิชย์

การเลือกใช้ฉนวนกันความร้อนแต่ในแต่ละประเภท ควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน ต้องคำนึงถึงอายุว่ามันจะอยู่กับเราไปอีกนาน ดังนั้นอย่าลืมคำนึงถึงค่าบำรุงรักษา รวมทั้งค่าไฟฟ้าที่อาจเกิดเพิ่มขึ้น จากการที่ฉนวนไม่สามารถกันความร้อนได้ด้วย

ฉนวนกันความร้อนคืออะไร เหตุผลที่ต้องใช้ฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อน คือ วัตถุชนิดหนึ่งซึ่งมีความสามารถในการป้องกันความร้อนไม่ให้ผ่านจากด้านหนึ่ง ไปยังอีกด้านหนึ่ง ฉนวนกันความร้อนคุณภาพดีจะต้องทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้พลังงานความร้อน ส่งผ่านไปยังอีกด้านหนึ่งได้สะดวก ฉนวนกันความร้อนที่ดีจะต้องมีน้ำหนักเบา แต่มีความแข็งแรง ในตัวฉนวนจะประกอบไปด้วยฟองอากาศเล็กๆ จำนวนมาก ฟองอากาศดังกล่าวนี้มีคุณสมบัติช่วยต้านทานความร้อน โดยการใช้วิธีสกัดกั้นความร้อนจึงทำให้ไม่เกิดการพาความร้อนรวมทั้งการแผ่รังสีความร้อนอีกด้วย พลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์จะส่งผ่านความร้อนโดยตรงลงมายังหลังคา ซึ่งเป็นส่วนได้รับความร้อนมากสุดของบ้าน หรือ อาคาร รองลงมาคือ ผนัง ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญ จึงควรได้รับการปกป้อง

เหตุผลที่ต้องใช้ฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อนเป็นวัสดุที่สร้างขึ้นมา เพื่อช่วยลดอุณหภูมิความร้อนในตัวอาคาร อีกทั้งยังเป็นการควบคุมอุณหภูมิภายในห้อง หรือ ในบ้านให้อยู่คงที่ตามต้องการนั่นเอง

ในปัจจุบันนี้บ้านเกือบทุกหลังรวมทั้งอาคารต่างๆต้องใช้ฉนวนกันความร้อน เพื่อการประหยัดพลังงาน  ฉนวนกันความร้อนจึงเป็นเครื่องมือ สำหรับป้องกันและรักษาอุณหภูมิเพื่อให้อากาศภายในห้องอยู่ในสภาวะปกติเหมาะสม

ความร้อนจะถูกสกัดและป้องกันจากภายนอกไม่ให้เข้าไปภายในตัวอาคารเพื่อให้อุณหภูมิภายในห้องไม่ร้อนอบอ้าว หรือร้อนจนอยู่ไม่ได้ อีกทั้งยังมีการเสริมเครื่องปรับอากาศ หรือ แอร์ เข้าไปด้วย เพื่อให้มีสภาพอากาศอยู่อย่างสบาย เพราะฉะนั้นเครื่องปรับอากาศจึงเป็นอุปกรณ์จำเป็นต้องใช้ในอาคารทุกแห่ง

แต่การใช้เครื่องปรับอากาศจำเป็นต้องยอมรับกับค่าใช้จ่ายอย่างสูงเช่นกัน หลักการทำงานของเครื่องปรับอากาศคือ คอยดูดซับความร้อนออกจากห้อง ถ้าห้องที่มีอุณหภูมิสูงมากเครื่องปรับอากาศก็ต้องทำงานหนักขึ้นและทำให้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น จากคุณสมบัติและประโยชน์ของฉนวนกันความร้อนดังกล่าว จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของบ้าน อาคาร โรงงาน ต้องใส่ใจในติดตั้งฉนวนกันความร้อน

ประโยชน์จากการติดตั้งฉนวนกันความร้อน

  1. ช่วยลดความร้อน ป้องกันความร้อน ภายในอาคารได้อย่างดีเยี่ยม
  2. ป้องกันการรั่วซึม
  3. ลดเสียงดังช่วยกั้นเสียง
  4. ทนกรด ทนด่าง
  5. ทนต่อไฟและไม่ก่อให้เกิดการลุกลามของไฟ
  6. ไม่มีสารพิษเจือปน
  7. ช่วยป้องกัน แมลงต่างๆ มด หนู เข้ามาอยู่อาศัย
  8. น้ำหนักเบา แต่มีความแข็งแรง
  9. ควบคุมการกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ
  10. ติดตั้งง่ายดายมาก
  11. ไม่มีการยุบตัว
  12. มีรูปทรงในเชิงสถาปัตยกรรม
  13. ช่วยประหยัดพลังงาน เป็นการช่วยลดกระแสไฟฟ้าในแต่ละเดือนได้อย่างมากนั่นเอง

ข้อมูลทั้งหมดนี้คงช่วยบอกคุณได้ไม่มากก็น้อยว่าฉนวนกันความร้อนมีประโยชน์มากแค่ไหน

ทำความรู้จักกับความร้อน(การนำความร้อน , การพาความร้อน ,การแผ่ความร้อน )

ความร้อนเป็นพลังงานชนิดหนึ่ง ที่คนเรานำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ในเรื่องต่างๆ ความร้อนสามารถถ่ายเทระหว่างคน และสิ่งแวดล้อม ในรูปแบบ นำความร้อน พาความร้อน แผ่รังสีความร้อน การระเหย การเผาผลาญความร้อนจากกระบวนการ Metabolism

การนำความร้อน  คือ พลังงานความร้อนได้ถ่ายเทภายในวัตถุหนึ่ง หรือระหว่างวัตถุ2ชิ้นที่สัมผัสกัน โดยมีทิศทางการเคลื่อนที่ของพลังงานจากบริเวณอุณหภูมิสูงไปยังบริเวณอุณหภูมิต่ำกว่า โดยตัวกลางจะไม่มีการเคลื่อนที่ การนำความร้อนเกิดขึ้นเพราะเกิดการสั่นสะเทือนระหว่างโมเลกุล พูดง่ายๆคือการนำความร้อนเป็นการถ่ายเทความร้อนโดยตรงจากวัตถุหนึ่งไปยังอีกวัตถุหนึ่งโดยการสัมผัสกัน เช่น การเอามือไปจับหม้อน้ำร้อน ทำให้ความร้อนจากหม้อถ่ายเทไปยังมือ จึงทำให้รู้สึกร้อน เป็นต้น

การพาความร้อน สามารถเกิดขึ้นได้ ในสสาร 2 สถานะคือ ของเหลวและก๊าซ เพราะเป็นสิ่งที่สามารถเคลื่อนที่ได้โดยมีทิศทางลอยขึ้นเท่านั้น สาเหตุมาจากเมื่อสสารได้รับความร้อนก็จะมีการขยายตัว เป็นเหตุให้ความหนาแน่นลดต่ำลง และสสารมีอุณหภูมิต่ำกว่า แต่ความความหนาแน่นสูงกว่า ก็จะมาแทนที่ ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ ได้แก่ การเกิดลมบก ลมทะเล เป็นต้น

การแผ่ความร้อน คือการแผ่รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าอันเกิดจากการเคลื่อนที่ของความร้อน ทุกสสารที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 0 องศาสัมบูรณ์ล้วนแผ่รังสีความร้อนทั้งสิ้น เมื่ออุณหภูมิกายสูงกว่า 0 องศาสัมบูรณ์ การชนระหว่างอะตอมก่อให้พลังงานจลน์ของอะตอมเปลี่ยน ซึ่งเป็นการผลิตการแผ่รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า

อธิบายง่ายๆแบบให้เห็นภาพดังนี้

การนำความร้อน สมติ เผาลวดปลายด้านหนึ่ง ความร้อนจะเคลื่อนที่ไปตามเส้นลวด จนปลายอีกข้างร้อนไปด้วย

การนำความร้อนต้องมีตัวกลางเป็นของแข็ง

การพาความร้อน เช่น เผาไฟในเตาจนเกิดความร้อน แล้วใช้พัดลมพัดลมจะพาเอาความร้อนออกไป

การพาความร้อนมีตัวกลางเป็นของเหลวหรือก๊าซ

การแผ่รังสีความร้อน เช่น นำแผ่นสังกะสีมาทำเป็นหลังคาบ้าน แม้เราจะอยู่ข้างใต้ซึ่งเป็นที่ร่มก็ยังรู้สึกถึงความร้อนของแผ่นสังกะสี เพราะความร้อนมันแผ่ออกมานั่นเอง

การแผ่รังสี มีอากาศเป็นตัวกลาง

ประโยชน์ของความร้อน

การนำความร้อน เช่น เวลาเราจับหม้อร้อนๆ ให้เอาผ้าไปจับก็จะยกขึ้นได้โดยง่าย เพราะ  ผ้ามีคุณสมบัตินำความร้อนต่ำนั่นเอง

การพาความร้อน เช่น ถ้าภายในห้องมีอากาศร้อนอบอ้าว แล้วเปิดหน้าต่างลมจากข้างนอกจะพัดเข้ามาและพาความร้อนในห้องออกไป ทำให้ภายในเย็นลง

การแผ่รังสี เช่น ใช้แว่นขยายจุดไฟ