Skip to content

คุณสมบัติฉนวนกันความร้อนใยแก้ว

 

ในความเป็นจริงความร้อนจะเคลื่อนที่จากอุณหภูมิสูง ไปยังอุณหภูมิต่ำเสมอๆ หลักการทำงานของฉนวนกันความร้อนจึงมีหน้าที่ ชะลอการเคลื่อนที่ของความร้อนนี้ รวมทั้งต้านทานป้องกัน อีกด้วย วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับฉนวนกันความร้อนอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่าฉนวนกันความร้อนใยแก้ว ว่ามันมีความแตกต่างรวมถึงคุณสมบัติแตกต่างจากฉนวนกันความร้อนธรรมดาอย่างไรบ้าง

ฉนวนใยแก้ว มีทั้งแบบม้วน แบบแผ่น แบบไม่มีวัสดุปิดผิว แบบปิดผิวด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ ประเภทต่าง ๆ นอกจากนี้ยังทำการปิดผิวด้วยเครื่องจักรจากโรงงาน  กันได้ทั้งความร้อน ดูดซับเสียง ผลิตขึ้นตามมาตรฐานสากล ASTM และ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม  เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ใช้ในอาคาร

คุณลักษณะและประโยชน์ในการใช้งาน

กันความร้อนได้ดี ฉนวนใยแก้วมีค่าการนำความร้อนต่ำ จึงทำให้ต้านทานความร้อนสูง  ช่วยลดปริมาณมวลความร้อนเข้าภายในอาคารได้เป็นอย่างดี

ดูดซับเสียง ฉนวนใยแก้วช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ เช่น  เสียงฝนตกกระทบหลังคากระเบื้อง เป็นต้น

ไม่ลุกติดไฟ ฉนวนใยแก้วผลิตมาจากแก้ว เป็นวัสดุไม่ติดไฟ  ไม่ทำให้ไฟลามได้ โดยผ่านตามมาตรฐาน ASTM E84 และ BS476 จึงไม่ก่อให้เกิดอัคคีภัยอย่างแน่นอน

ติดตั้งง่าย  ฉนวนใยแก้วมีน้ำหนักเบาแต่ทนทานต่อแรงดึง จึงไม่ฉีกขาดง่าย สามารถติดตั้งได้อย่างสะดวก

ทนต่อแรงกด ฉนวนใยแก้วมีความยืดหยุ่นสามารถคืนตัวได้ดี หากโดนกดทับจะไม่สูญเสียคุณสมบัติความเป็นฉนวน

ป้องกันการควบแน่นเป็นหยดน้ำ ฉนวนใยแก้วมีวัสดุปิดผิวกันความชื้น เมื่อเลือกอย่างเหมาะสม จะไม่เกิดการควบแน่นหยดน้ำ จากอาคารที่ใช้เครื่องปรับอากาศ

อายุการใช้งานยาวนาน  ฉนวนใยแก้วทำมาจากวัสดุอย่างดีไม่เสื่อมสภาพ คงสภาพการเป็นฉนวนได้อย่างยาวนาน อีกทั้งยังปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยได้การรับรองจากองค์การอนามัยโลก WHO ว่าไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์อย่างแน่นอน

วัสดุปิดผิว

มีการปิดผิวด้วยวัสดุชนิดต่าง ๆ ที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน การปิดผิวทำด้วยเครื่องจักรจากโรงงาน จึงติดแน่นกับเนื้อฉนวน ไม่หลุดง่าย ไม่ยับ สามารถทนทานต่อแรงดึงได้ดี ไม่ฉีกขาดในขณะทำการติดตั้ง อีกทั้งยังสามารถป้องกันความชื้นหยดน้ำได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ใช้เครื่องปรับอากาศ ช่วยให้การติดตั้งสะดวกสวยงาม เพิ่มความสว่างในตัวอาคารได้อีกทางหนึ่ง

สำหรับการใช้งาน ฉนวนใยแก้ว มีผลิตภัณท์หลายประเภท โดยเลือกตามความเหมาะสม เช่น โครงสร้างหลังคา หลังคาเหล็กรีด หลังคากระเบื้องซิเมนต์  ฝ้าเพดาน ผนัง จึงเหมาะแก่การใช้งานทั้งในโรงงาน อาคารพาณิชย์และที่พักอาศัยทุกประเภท